เกี่ยวกับเรา

นอกจากให้บริการท่าเทียบเรือตู้สินค้า B3 ที่ท่าเรือแหลมฉบังแล้ว ESCO ยังเป็นผู้ลงทุนรายใหญ่ในท่าเทียบเรือตู้สินค้า A0 และ B1 อีกด้วย ซึ่งเมื่อรวมกันแล้ว ESCO สามารถปฏิบัติการตู้สินค้าได้มากกว่า 2.2 ล้านทีอียู

ในปี 2003 บริษัท PSA ได้ลงทุนใน ESCO โดยเป็นการร่วมทุนระหว่างบริษัทสัญชาติญี่ปุ่น Marubeni, Kamigumi และ PSA  โดย PSA ในฐานะผู้นำด้านการบริหารท่าเรือทั่วโลกทั้งในเอเชีย ยุโรป และอเมริกา โดยมีศูนย์กลางอยู่ที่ท่าเทียบเรือ PSA Singapore Terminals และ PSA Antwerp

ปัจจุบัน ESCO ให้บริการด้วยการบูรณาการอุปกรณ์ชั้นเลิศ เทคโนโลยีที่ทันสมัย และความเชี่ยวชาญในอุตสาหกรรม ในทำเลที่ยอดเยี่ยมของแหลมฉบัง ส่งผลให้บริษัทฯ สามารถรองรับปริมาณตู้สินค้าที่เพิ่มจำนวนขึ้นอย่างต่อเนื่องในประเทศไทยด้วยบริการแบบครบวงจร

ประวัติ

ด้วยพื้นฐานของการปฏิบัติการที่มีรูปแบบคล้ายคลึงกัน การสร้างความแตกต่างในหมู่ท่าเทียบเรือเอกชนนั้นจึงเป็นเรื่องยาก วิสาหกิจเอกชนนั้นมีพันธกิจที่ต่อผู้มีส่วนได้ส่วนเสีย ลูกค้า พนักงาน และผู้ถือหุ้น ซึ่งทุกส่วนล้วนต้องการประสิทธิภาพสูงสุด สิ่งที่ทำให้ ESCO แตกต่างจากท่าเทียบเรืออื่นก็คือ การปฏิบัติการที่เป็นเอกเทศจากสายการเดินเรือ ซึ่งทำให้บริษัทฯ สามารถมอบบริการให้กับลูกค้าทุกรายอย่างเท่าเทียม

การที่ไม่มีสายการเดินเรือถือเป็นหุ้นส่วนหลัก ทำให้เราสามารถบริการลูกค้าด้วยแนวคิดแบบ มาก่อนได้ก่อน และลูกค้าก็สามารถมั่นใจได้ว่าข้อมูลที่เป็นความลับจะไม่มีโอกาสหลุดลอดไปถึงคู่แข่งได้

_84A2793
Mr. Shigeaki Kikuno
ประธาน
_84A2769
Mr. Lee Chun Seng
ประธาน

จรรยาบรรณของเรา

ความพึงพอใจที่ ESCO มอบให้ลูกค้าอย่างต่อเนื่อง ไม่ได้เกิดจากบริการ อุปกรณ์ และเทคโนโลยีอันยอดเยี่ยมเท่านั้น แต่ยังรวมถึงทีมงานของเราด้วย ทีมงานของ ESCO มีความทุ่มเทเพื่อความสำเร็จโดยมุ่งเน้นไปที่ความปลอดภัย ความน่าเชื่อถือ ความตรงต่อเวลา และประสิทธิภาพในการทำงาน ภายใต้มาตรฐาน ISO 9001:2000

ด้วยหลักการที่ยึดมั่นในจิตใจของทั้งทีมงานและฝ่ายจัดการ ทำให้เราไม่เพียงแค่สามารถรักษาความสำเร็จและความมั่นคงของ ESCO ได้เท่านั้น แต่ยังช่วยส่งเสริมความก้าวหน้าของกลุ่มบริษัทฯ เศรษฐกิจของประเทศ และฐานลูกค้าที่ล้วนได้รับการบริการที่เหนือกว่าความคาดหวัง

เพื่อให้แน่ใจว่าลูกค้าจะได้รับความพึงพอใจสูงสุด พนักงานทุกระดับของเราได้รับการปลูกฝังแนวความคิดต่อไปนี้ทันทีที่เข้ามาร่วมงานกับเรา:

  • บรรลุและรักษาระบบการจัดการคุณภาพที่เปี่ยมประสิทธิภาพ
  • พัฒนาหลักการวัดคุณภาพและมีการตรวจสอบอยู่เสมอ
  • ดำเนินการโดยสอดคล้องกับกฎหมายและข้อบังคับต่างๆ ที่เกี่ยวข้อง
  • พนักงานทุกคนต้องได้รับการอบรมโดยสมบูรณ์และมีอุปกรณ์ที่มีคุณภาพ
  • ตรวจสอบและพัฒนาคุณภาพของการบริการอยู่เสมอ เพื่อให้แน่ใจว่าเราสามารถมอบความพึงพอใจที่เหนือความคาดหวังของลูกค้าได้เสมอ

 

ESCO เน้นย้ำถึงนโยบายควบคุมคุณภาพและสิ่งที่เกี่ยวข้องของบริษัทฯ ทุกครั้งที่มีการประชุมรายงานการจัดการ เพื่อสร้างความเข้าใจในทุกระดับขององค์กร

ท่าเทียบเรือ ESCO

ท่าเทียบเรือ B3 ของ ESCO และท่าเทียบเรือ B1 ซึ่ง ESCO ถือหุ้นใหญ่ สามารถรองรับเรือขนาด Post-Panamax รุ่นล่าสุดได้ และเส้นทางน้ำของท่าเรือแหลมฉบังที่มีการก่อสร้างแนวกั้นยาวลงไปในทะเล เพื่อให้กระแสน้ำมีความเสถียร ช่วยให้เรือสามารถเข้าเทียบท่าได้อย่างสะดวกและปลอดภัย นอกจากนี้บริเวณที่จอดเรือของท่าเทียบเรือชุด B ยังมีแนวกั้นลมและคลื่น ที่ทำให้การปฏิบัติงานระหว่างที่เรือเข้าเทียบท่าเป็นเรื่องที่สะดวกสบายยิ่งขึ้น

ลานวางตู้สินค้าขนาดใหญ่ภายในท่าเทียบเรือ สามารถรอบรับตู้สินค้าทั้งขาเข้าและขาออกได้ปริมาณมาก และเรายังมีลานกองเก็บตู้สินค้านอกท่าเทียบเรือ ซึ่งอยู่ห่างออกไปเพียงไม่กี่ร้อยเมตร สำหรับรองรับตู้สินค้าเปล่าของลูกค้า และพร้อมนำกลับมาใช้งานได้อย่างรวดเร็ว

ความยาวและความลึกหน้าท่า

ท่าเทียบเรือ B3 ของ ESCO มีความยาวหน้าท่า 300 เมตร และระดับน้ำลึก 14 เมตร สามารถรองรับเรือขนาด Post-Panamax ที่ใหญ่ที่สุด และรับประกันระยะเวลาการปฏิบัติงานที่รวดเร็วที่สุดสำหรับเรือบรรทุกตู้สินค้าทุกขนาด

ประตูเข้าออกท่าเทียบเรือ

ท่าเทียบเรือ ESCO มีทางเข้า-ออกสำหรับรถบรรทุกจำนวน 6 ประตู โดยแต่ละประตูได้รับการติดตั้งเครื่องชั่งน้ำหนักตู้สินค้าจำนวนสองเครื่อง กระบวนการผ่านประตูเป็นระบบเทคโนโลยีผสมผสานที่ล้ำสมัย สามารถส่งข้อมูลเข้าสู่ระบบได้แบบเรียลไทม์ด้วยระบบ Computer Automated Terminal Operation System (CATOS) ช่วยลดระยะเวลาการผ่านประตู พร้อมเพิ่มประสิทธิภาพการยกขนสินค้าขึ้นและลงจากเรือและการปฏิบัติการภายในท่าเทียบเรือ ปัจจุบันกระบวนการผ่านประตูใช้ระยะเวลาเฉลี่ยเพียง 3 นาทีต่อหนึ่งตู้สินค้า

 

ความสามารถในการรองรับตู้สินค้า

ท่าเทียบเรือ B3 ของ ESCO มีพื้นที่ประมาณ 105,000 ตารางเมตร ขณะที่ลานตู้สินค้าภายในท่าเทียบเรือมีพื้นที่ 25,000 ตารางเมตร สามารถรองรับตู้สินค้าแห้งได้ 6,000 ทีอียู สำหรับตู้สินค้าเย็น ESCO มีปลั๊กทำความเย็นให้บริการ 430 จุดพร้อมเจ้าหน้าที่คอยตรวจสอบสถานะของตู้สินค้าตลอดเวลา  นอกจากนี้ ESCO ยังมีบริการลานกองเก็บตู้สินค้าภายนอกท่าเทียบเรือ โดยสามารถบรรจุตู้สินค้าได้ 3,200 ทีอียู

 

หน่วยซ่อมบำรุง

ESCO มีหน่วยงานซ่อมบำรุงที่พร้อมปฏิบัติหน้าที่ตลอด 24 ชั่วโมง เมื่อเกิดความขัดข้องขึ้น หน่วยเคลื่อนที่จะเข้าจัดการกับปัญหาทันที รวมถึงดำเนินการซ่อมบำรุงอย่างสม่ำเสมอ เพื่อให้แน่ใจว่าอุปกรณ์ของ ESCO พร้อมใช้งานตลอดเวลา ลดโอกาสเกิดความขัดข้อง และป้องกันการล่าช้า

ระบบจัดการตู้สินค้า

ESCO ใช้ระบบปฏิบัติการท่าเทียบเรืออัตโนมัติ CATOS (Computer Automated Terminal Operation System) ซึ่งเป็นโซลูชั่นการจัดการท่าเทียบเรือแบบบูรณาการ ในการยกระดับการจัดการท่าเทียบเรือ เพิ่มประสิทธิภาพ คุณภาพการบริการ รวมทั้งผลกำไร

ด้วยประสิทธิภาพของ CATOS ทำให้ ESCO สามารถลดเวลาการให้บริการสำหรับเรือ เสริมสร้างรายได้ และด้วยความช่วยเหลือจากกระบวนการทำงานอัจฉริยะ ทำให้ ESCO ยกระดับคุณภาพการใช้พื้นที่ อุปกรณ์ และแรงงาน เพิ่มประสิทธิภาพในการบริหารท่าเทียบเรือผ่านการวางแผนจัดการทรัพยากร เรือ และลานตู้สินค้า ซึ่งนำไปสู่การควบคุมปฏิบัติการและการตรวจสอบทรัพย์สินของท่าเทียบเรือ รวมทั้งสินค้าได้ดียิ่งขึ้น

เครนหน้าท่า

SCO ปฏิบัติการขนถ่ายสินค้าจากเรือขึ้นฝั่งด้วยเครนขาสูงทั้งหมดสี่ตัว โดยหนึ่งในนั้นเป็นเครนขาสูงขนาด post-Panamax ซึ่งจัดซื้อในปี 2006 และเครนขาสูงขนาด Panamax อีกสามตัว

โดยเครนขาสูงจากบริษัท ZPMC ได้รับการติดตั้งสเปรดเดอร์ยกตู้สินค้าแบบ Twin-Lift ของบริษัท Bromma สามารถยกตู้สินค้าขนาด 20 ฟุตได้พร้อมกันสองตู้ มีระยะยก 18 แถว จึงมีความพร้อมสำหรับรองรับสินค้าจากเรือขนาดใหญ่พิเศษ(Mega-Vessel) ในอนาคตได้

ด้วยศักยภาพของเครนตัวนี้ ทำให้เราสามารถจัดการขนถ่ายตู้สินค้าได้รวดเร็วและมีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น สร้างผลประโยชน์ให้แก่ลูกค้าได้อย่างชัดเจน จากผลิตภาพของการทำงานที่เหนือกว่า และระยะเวลาเทียบท่าที่สั้นลง

ส่วนเครนขาสูงอีกสามตัวนั้นจัดซื้อจากบริษัท IHI ซึ่งแต่ละตัวสามารถรองรับน้ำหนักได้สูงสุด 41 ตัน

เครนขาสูงแบบล้อยาง

ลานพักตู้สินค้า B3 ของท่าเทียบเรือ ESCO ปฏิบัติการเครนขาสูงแบบล้อยาง (เครน RTG) จำนวน 10 ตัว เพื่อประสิทธิภาพในการจัดการตู้สินค้าขั้นสูงสุด ในจำนวนนี้ เป็นเครน RTG จาก Kalmar จำนวนสองตัว ซึ่งสามารถวางตู้สินค้าซ้อนกันได้หกตู้ และเครน RTG อีกแปดตัวจาก Sumitomo ซึ่งสามารถวางตู้สินค้าซ้อนกันได้สี่ตู้

เครน RTG รุ่น ‘E-One’ ทั้งสองตัว จาก Kalmar เป็นส่วนหนึ่งของแผนการพัฒนาผลิตภาพของการทำงานในบริเวณลานพักตู้สินค้าอย่างต่อเนื่องของ ESCO และ การจัดเตรียมพื้นที่เพื่อตอบสนองความต้องการที่เพิ่มขึ้น  โดยเครน RTG ทั้งสองตัวดังกล่าว เป็นเครนชุดแรกในท่าเรือแหลมฉบังที่ขับเคลื่อนด้วยระบบไฟฟ้าทั้งหมด แทนการใช้ระบบไฮดรอลิกในเครน RTG ทั่วไป ซึ่งช่วยยกระดับประสิทธิภาพและลดต้นทุนการปฏิบัติงานจากการลดการใช้พลังงาน ด้วยศักยภาพที่สามารถวางตู้สินค้าซ้อนกันได้สูงถึงหกตู้ ทำให้บริษัท ESCO สามารถรองรับสินค้าได้มากขึ้น และจัดการพื้นที่ของลานตู้สินค้าได้อย่างมีประสิทธิภาพ

รถยกตู้สินค้าหนัก

รถยกตู้สินค้าหนักจาก Kalmar เป็นกำลังหลักในงานกองเก็บตู้สินค้าหนักของ ESCO โดยสามารถยกน้ำหนักได้สูงสุดถึง 40 ตัน และวางซ้อนกันได้สูงห้าตู้ ด้วยเครื่องยนต์ที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม จากการปลดปล่อยมลพิษต่ำ พร้อมประสิทธิภาพที่เหนือกว่าจากระบบเกียร์และการควบคุมที่ลื่นไหล รถยกตู้สินค้าหนัก Kalmar มีอัตราการทำงานต่อชั่วโมงในระดับสูง ให้การปฏิบัติงานที่มีประสิทธิภาพและไว้วางใจได้ ทั้งนี้ ด้วยระบบส่งกำลังประสิทธิภาพสูง ระบบไฮดรอลิกพร้อมปั๊มระบบโหลดเซนซิงแบบปรับปริมาตรจุได้ รวมถึงนวัตกรรมระบบควบคุมที่ผ่านการพิสูจน์คุณภาพมาแล้ว จึงสามารถปฏิบัติงานได้อย่างเต็มประสิทธิภาพในทุกสภาพการทำงาน ทั้งการยกขนตู้สินค้าหนักและตู้สินค้าเปล่า

รถยกตู้สินค้าเปล่า

ตู้สินค้าเปล่าต้องได้รับการขนถ่ายหรือวางกองซ้อนกันด้วยความรวดเร็วและมีประสิทธิภาพ อีกทั้งยังต้องวางซ้อนกันเป็นกองสูงและใกล้ชิดกัน เพื่อประสิทธิภาพสูงสุดในการใช้ประโยชน์จากพื้นที่ ESCO ใช้รถยกตู้สินค้าเปล่าจาก Kalmar ซึ่งสามารถยกน้ำหนักสูงสุดได้ถึง 10 ตัน และวางซ้อนสูงสุดได้ห้าตู้ โดยมีการทำงานอย่างสอดประสาน ร่วมกับรถหัวลากและหางลากที่ได้รับการออกแบบมาเป็นพิเศษ เพื่อให้สามารถยกขนตู้สินค้าได้อย่างรวดเร็วและปลอดภัยยิ่งขึ้น

รถหัวลากและหางลาก

ESCO มีกองรถหัวลากและหางลากจาก Nissan Diesels กำลังขับเคลื่อน 320 แรงม้า จำนวน 25 คัน สำหรับปฏิบัติการลากตู้สินค้าภายในท่าเทียบเรือ สำหรับการลำเลียงตู้สินค้าระหว่างเรือและลานพักตู้สินค้า รวมไปถึงสนับสนุนการทำงานของเครน RTG ในการบริหารจัดการลานตู้สินค้าด้วย

รถฟอร์คลิฟต์

สถานีบรรจุและนำสินค้าออกจากตู้สินค้า (CFS) ของเรา มีกองรถฟอร์คลิฟต์ทั้งหมดหกคัน แต่ละคันมีความสามารถในการยกที่แตกต่างกัน เพื่อความเหมาะสมในการยกน้ำหนักและขนาดสินค้าที่หลากหลาย โดยกองรถฟอร์คลิฟต์ทั้งหมดของ ESCO ประกอบด้วย รถฟอร์คลิฟต์ขนาด 2.5 ตัน จำนวนหนึ่งคัน รถฟอร์คลิฟต์ขนาดสามตันทั้งหมดสี่คัน และรถฟอร์คลิฟต์ที่ขนาด 4.5 ตัน อีกหนึ่งคัน ทั้งนี้ รถฟอร์คลิฟต์แต่ละคันมีหน้าที่ยกขนสินค้าเข้าหรือออกจากตู้สินค้าและรถบรรทุกขนส่งสินค้า รวมไปถึงใช้ในการบริหารจัดการพื้นที่คลังสินค้า เพื่อให้การยกขนสินค้าเป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพสูงสุด