กระบวนการทำงาน

ให้เราช่วยคุณทำงาน

ESCO มีความมุ่งมั่นในการมอบบริการที่จะเป็นประโยชน์ร่วมกันทั้งสองฝ่าย ในการร่วมงานกับสายการเดินเรือ หน่วยงานของรัฐ หรือผู้ส่งสินค้า เราได้นำกระบวนการมาตรฐานระดับสากลเข้ามาใช้ในบริการตู้สินค้าของเรา และเราตระหนักเสมอว่าความคาดหวังของลูกค้านั้นเพิ่มขึ้นอยู่ตลอดเวลา เราจึงพยายามปรับปรุงคุณภาพปฏิบัติการด้วยการเพิ่มประสิทธิภาพเทคโนโลยีและกระบวนการทำงาน ด้วยหลักการทำงานที่ยึดมั่นกับกฎหมายของราชอาณาจักรไทย รวมถึงหลักปฏิบัติสากลอย่างเคร่งครัด เราจึงกล้ารับประกันความปลอดภัยและผลลัพธ์การทำงานที่เป็นมาตรฐานสม่ำเสมอ โดยคุณสามารถศึกษารายละเอียดกระบวนการทำงานของเราได้ดังต่อไปนี้

ระเบียบภายในท่าเทียบเรือ

  • ผู้เยี่ยมชมไม่สามารถเข้าไปในพื้นที่ท่าเรือได้ หากไม่ได้รับอนุญาตจากเจ้าหน้าที่ของ ESCO
  • ผู้เยี่ยมชมต้องติดต่อกับฝ่ายสิ่งแวดล้อม สุขภาพ และความปลอดภัยของ ESCO เพื่อรับชุดนิรภัยที่สามารถสังเกตได้ง่าย
  • ผู้เยี่ยมชมต้องปฏิบัติตามป้ายคำสั่ง ป้ายห้าม และป้ายเตือนอย่างเคร่งครัด และต้องสวมหมวกนิรภัยตลอดเวลา
  • ผู้เยี่ยมชมที่เข้าไปในพื้นที่ท่าเรือจากบริเวณหน้าท่าหรือจากเรือบรรทุกสินค้า ต้องเดินบนทางเดินที่จัดไว้ให้บริเวณรั้วเท่านั้น ห้ามเดินลัดผ่านลานตู้สินค้าเด็ดขาด
  • การบันทึกภาพนิ่งหรือภาพเคลื่อนไหวภายในพื้นที่ท่าเรือต้องได้รับอนุญาตจากเจ้าหน้าที่ของ ESCO ก่อนเท่านั้น
  • จำกัดความเร็วของยานพาหนะในบริเวณลานตู้สินค้าที่ 20 กิโลเมตรต่อชั่วโมง
  • ผู้ขับขี่ยานพาหนะภายในเขตท่าเรือทุกคน ต้องปฏิบัติตามกฎจราจรและกฎระเบียบด้านความปลอดภัยอย่างเคร่งครัด และไม่อนุญาตให้ออกจากยานพาหนะโดยไม่ได้รับอนุญาต
  • ห้ามจอดยานพาหนะทุกชนิดกีดขวางเส้นทางการปฏิบัติงานของเครื่องจักร หรือจอดยานพาหนะในพื้นที่ปฏิบัติงาน
  • ผู้เยี่ยมชมทุกคนมีหน้าที่แจ้งข้อมูลที่อาจส่งผลกระทบต่อความปลอดภัยของท่าเรือ อุปกรณ์ รวมถึงกระบวนการขนส่งสินค้าทางเรือ ตามที่ระบุเอาไว้ในประมวลข้อบังคับว่าด้วยการรักษาความปลอดภัยของเรือและท่าเรือระหว่างประเทศ (ISPS Code) ต่อเจ้าหน้าที่ของ ESCO
  • การฝ่าฝืนข้อห้ามอาจนำไปสู่การยกเลิกใบอนุญาตเทียบท่า

ความรับผิด

  • ในกรณีที่สินค้าได้รับความเสียหายระหว่างกระบวนการนำสินค้าออกจากตู้สินค้าโดย ESCO รวมทั้งระหว่างการยกขนสินค้าขึ้นรถบรรทุก และมีหลักฐานชัดเจนว่าความเสียหายเกิดจาก ESCO เราจะชดใช้ค่าเสียหายแก่เจ้าของสินค้าหรือผู้รับมอบกรรมสิทธิ์ในสินค้า เป็นจำนวนเงินไม่เกิน 50,000 บาทต่อสินค้า และไม่เกิน 500,000 บาทต่อตู้สินค้า
  • หากสินค้าเสียหายหรือสูญหายก่อนที่จะเข้ามาอยู่ในความดูแลของ ESCO เราจะไม่รับผิดชอบใดๆ ทั้งสิ้น
  • หลังจากที่ ESCO นำส่งสินค้าเป็นที่เรียบร้อยแล้ว ในสภาพที่ผู้รับมีความพึงพอใจสูงสุด ESCO จะไม่รับผิดชอบต่อความเสียหายใดๆ ที่ตรวจพบหลังการนำส่งสินค้า
  • บุคคลผู้ลงลายมือชื่อรับสินค้าในเอกสารนำส่งสินค้าแทนลูกค้า ถือว่าเป็นผู้รับและทำหน้าที่แทนลูกค้าแล้ว ESCO จะไม่รับผิดชอบต่อความเสียหายใดๆ ที่เกิดขึ้นหลังจากนำส่งสินค้าถึงผู้รับสินค้าเป็นที่เรียบร้อยแล้ว

กฎข้อบังคับ

กฎข้อบังคับสำหรับการปฏิบัติการเรือขนส่งสินค้า

  • กัปตันหรือต้นเรือมีหน้าที่รับผิดชอบตรวจสอบและร่วมการตรวจสอบความเรียบร้อยของทรัพย์สินของท่าเทียบเรือ ESCO ร่วมกับเจ้าหน้าที่ของ ESCO ว่าไม่มีความเสียหายจากการกระทบกระแทก อันเกิดจากกระบวนการเทียบท่าเรือและตลอดระยะเวลาที่เรือเทียบท่าอยู่ที่ท่าเทียบเรือ
  • จัดเตรียมสะพานเทียบเรือพร้อมราวจับและตาข่ายกันตก ทันทีที่เรือเข้าเทียบท่า
  • กัปตันหรือต้นเรือมีหน้าที่รับผิดชอบควบคุมปฏิบัติการเคลื่อนย้ายหรือปรับเปลี่ยนตำแหน่งของเครนเรือในกรณีที่จำเป็น เพื่อสนับสนุนการปฏิบัติการของท่าเทียบเรือให้ดำเนินการได้อย่างลื่นไหล และเพื่อป้องกันไม่ให้เกิดความเสียหายจากการกระทบกระแทก ระหว่างเครนยกตู้สินค้าของ ESCO และเครนเรือ เรือบรรทุกสินค้าต้องได้รับการอนุมัติจากเจ้าหน้าที่ของ ESCO ก่อนทำการเคลื่อนย้ายหรือปรับเปลี่ยนตำแหน่งเครนเรือ
  • กัปตันหรือต้นเรือมีหน้าที่รับผิดชอบจัดเตรียมอุปกรณ์ผูกรัดอย่างเหมาะสมและเพียงพอ หากมีการร้องขอโดยบุคลากรของ ESCO และกัปตันหรือต้นเรือต้องมีการตรวจสอบอย่างละเอียดว่ามีผูกรัดอย่างแน่นหนาดีแล้ว และหากไม่พึงพอใจกับการผูกรัดใดๆ ต้องแจ้งต่อเจ้าหน้าที่ผู้กำกับดูแลของ ESCO ในทันที หากมีค่าใช้จ่ายส่วนเกินอันเกิดจากความล่าช้าหรือการปรับเปลี่ยนเวลาออกเรือ เนื่องจากจำเป็นต้องมีการแก้ไขกระบวนการผูกรัดในช่วงสุดท้ายก่อนการออกเดินเรือ ค่าใช้จ่ายส่วนนี้จะเรียกเก็บไปยังตัวแทนเรือ
  • กัปตันหรือต้นเรือมีหน้าที่รับผิดชอบในการดูแลความมั่นคงของเรือ รวมถึงตรวจสอบความแน่นหนาของเชือกผูกเรือ ตามความจำเป็น ตลอดเวลาที่เรือเทียบท่า
  • ลูกเรือและผู้โดยสารบนเรือบรรทุกสินค้าต้องติดต่อเจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยของ ESCO ก่อนเข้ามาในพื้นที่ท่าเทียบเรือ
  • ห้ามเรือบรรทุกสินค้าปล่อยควันออกจากปล่องควันโดยมากเกินความจำเป็น
  • ห้ามเรือบรรทุกสินค้าทำน้ำมันหกล้นลงสู่ทะเลหรือบริเวณใกล้เคียงพื้นที่ปฏิบัติงาน
  • ห้ามไม่ให้ขีดเขียน พ่นหรือทาสีใดๆ ในบริเวณท่าเทียบเรือโดยเด็ดขาด

สินค้า CFS/LCL

ESCO สามารถรองรับสินค้า CFS/LCL ดังต่อไปนี้

  • สินค้าที่ได้รับการบรรจุมาในลังหรือแพเล็ตที่มีน้ำหนักไม่เกิน 4.5 ตัน และสามารถเคลื่อนย้ายได้ด้วยรถฟอร์คลิฟต์
  • หากการเคลื่อนย้ายสินค้าต้องใช้เครื่องมือพิเศษ จะมีการเก็บค่าธรรมเนียมปฏิบัติการเพิ่มเติมตามแต่กรณี
  • รับดำเนินการสินค้า CFS/LCL เฉพาะตู้สินค้าที่บรรจุแบบรวมตู้ (consolidated container) เท่านั้น

ESCO ไม่รองรับสินค้า CFS/LCL ดังต่อไปนี้

  • สินค้าที่อาจสร้างมลภาวะภายในท่าเทียบเรือหรือคลังสินค้า เช่น สินค้าที่มีลักษณะเป็นผงแป้ง หรือสารเคมีที่มีฤทธิ์กัดกร่อน
  • สินค้ามูลค่าสูงหรือมีน้ำหนักมาก ตัวอย่างเช่น รถยนต์ รถตู้ รถกระบะ หรือเครื่องจักรต่างๆ
  • สินค้าที่มีน้ำหนักไม่เกิน 4.5 ตัน แต่ไม่ได้รับการบรรจุมาในลังหรือแพเล็ต เช่น แท่งเหล็ก
  • สินค้าต้องห้ามโดยหน่วยงานของรัฐ ตัวอย่างเช่น สินค้าอันตราย (DG)
  • อุปกรณ์ขนาดใหญ่ หรือสินค้าที่น้ำหนักไม่สมดุล หรือสินค้าพิเศษอื่นๆ ที่ไม่สามารถเคลื่อนย้ายได้ด้วยรถฟอร์คลิฟต์ หรือ ต้องการอุปกรณ์พิเศษในการเคลื่อนย้าย
  • ESCO ขอสงวนสิทธิ์ในการปฏิเสธการจัดหาเครื่องมือและแรงงานในการเคลื่อนย้ายสินค้าบางประเภท โดยในกรณีดังกล่าว เจ้าของสินค้าต้องจัดเตรียมอุปกรณ์และแรงงานเพื่อทำการเคลื่อนย้ายสินค้าด้วยตนเอง

ระเบียบการใช้บรรจุภัณฑ์ที่ทำจากไม้ที่ประเทศปลายทาง

  • หากประเทศปลายทางกำหนดให้ใช้ไม้ที่ผ่านการอบยาในการสร้างบรรจุภัณฑ์ สายการเดินเรือต้องแจ้งต่อ ESCO ทันทีที่มีการจองพื้นที่ระวาง

การเข้าพื้นที่โดยผู้เยี่ยมชม

การขออนุญาตเข้าพื้นที่ชั่วคราว

  • ผู้เยี่ยมชมที่ต้องการเข้าไปในอาคารอำนวยการหรืออาคารปฏิบัติงานของท่าเทียบเรือ ต้องติดต่อสำนักงานรักษาความปลอดภัยที่ประตูด้านหน้าท่าเทียบเรือเพื่อแลกเปลี่ยนบัตรประจำตัว (ID) เป็นบัตรผู้เยี่ยมชม

การขออนุญาตเข้าพื้นที่ถาวร

  • ตัวแทนที่ต้องการบัตรอนุญาตเข้าพื้นที่ของ ESCO อย่างถาวร สำหรับการติดต่ออาคารอำนวยการของ ESCO โปรดติดต่อและกรอกแบบฟอร์มลงทะเบียนที่สำนักงานฝ่ายบุคคล

การเข้าไปยังพื้นที่ท่าเทียบเรือและขึ้นเรือ

  • บุคคล (ยกเว้นตัวแทน) ที่ต้องการเข้าไปยังพื้นที่ท่าเทียบเรือหรือขึ้นบนเรือที่เทียบท่าอยู่ ต้องส่งแบบฟอร์มขออนุญาตเข้าพื้นที่ที่มีลายเซ็นของตัวแทนให้กับสำนักงานสิ่งแวดล้อม สุขภาพ และความปลอดภัยของ ESCO เพื่อขออนุญาตเข้าพื้นที่ปฏิบัติการ

การทำงานในพื้นที่ท่าเทียบเรือ

  • บุคคลที่ต้องทำงานในพื้นที่ท่าเทียบเรือ ต้องกรอกแบบฟอร์มอนุญาตทำงานของ ESCO และส่งให้กับสำนักงานสิ่งแวดล้อม สุขภาพ และความปลอดภัย

การเข้าพื้นที่ท่าเทียบเรือของลูกเรือ

  • ลูกเรือที่ต้องการเข้าไปยังพื้นที่ท่าเรือ ต้องติดต่อหน่วยรักษาความปลอดภัยที่บริเวณท่าเรือ เพื่อลงทะเบียนและแลกบัตรประจำตัวเพื่อเข้าพื้นที่

สติ๊กเกอร์ติดรถสำหรับตัวแทน

  • ตัวแทนที่ต้องการสติ๊กเกอร์ติดรถยนต์สำหรับเข้าไปในอาคารอำนวยการ ต้องลงทะเบียน พร้อมส่งมอบสำเนาใบขับขี่และสำเนาทะเบียนรถให้กับสำนักงานสิ่งแวดล้อม สุขภาพ และความปลอดภัยของ ESCO

เอกสารเรือขาเข้า

  • สายการเดินเรือหรือตัวแทนต้องส่ง EDI (Electronic Data Interchange) (Baplie)/CASP และรายการสินค้าพิเศษให้กับ ESCO Planner ล่วงหน้า 12 ชั่วโมง ก่อนเวลาที่คาดว่าจะเรือจะเดินทางมาถึง (ETA)
  • สายการเดินเรือต้องส่งบัญชีสินค้า บัญชีตู้สินค้าขาเข้า บัญชีสินค้าอันตรายและสินค้าพิเศษให้กับสำนักงานเอกสารของESCO

เอกสารเรือขาออก

  • สายการเดินเรือหรือตัวแทนต้องส่งยอดจองล่วงหน้า, Pre-Loading Plan, และวิธีการจัดเก็บสินค้าพิเศษ (Special Stowage Instructions) แก่ ESCO Planner ล่วงหน้า 12 ชั่วโมง ก่อนเวลาที่คาดว่าเรือจะเดินทางมาถึง (ETA)
  • สายการเดินเรือหรือตัวแทนต้องส่ง Final Loading List และ Final Loading Summary แก่ ESCO Planner ล่วงหน้า 12 ชั่วโมง ก่อนเวลาที่คาดว่าเรือจะเดินทางมาถึง (ETA) เพิ่มเติมจาก Final Loading Plan (ถ้ามี)
  • หลังเวลาปิดรับตู้สินค้า (cutoff time)​ ของลานตู้สินค้า สายการเดินเรือหรือตัวแทนต้องส่งบัญชีตู้สินค้าที่ยกเลิกให้กับ ESCO Planner โดยเวลาปิดรับตู้สินค้าจะยึดตามระเบียบของการท่าเรือแห่งประเทศไทย
  • ในกรณีที่ท่าเทียบเรือเต็ม สายการเดินเรือหรือตัวแทนต้องส่งบัญชีตู้สินค้ารอเข้าให้กับ ESCO Planner เพื่อป้องกันการล่าช้าและการยกเลิกตู้สินค้า